ขับเคลื่อนโดย Blogger.

การ เพิ่มปุ่ม social share ในแนวขวางด้านล่างหัวข้อบทความ

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556 | 06:12

ปกติจะเลือกใช้ Template สำเร็จรูปในการปรับแต่ง blogger เพราะไม่จำเป็นต้องไปปรับแต่งอะไรมากมาย   แค่หารูปแบบที่ตนชอบ  เรื่องตกแต่งยกให้เป็นหน้าที่ของเหล่านักบรรดาออกแบบไป   แต่บางครั้งได้ template ที่ชอบแต่ก็ยังขาดอะไรไปบ้าง  มันก็เป็นเรื่องธรรมดา  เหมือนวันนี้ Template blog ที่ใช้มานาน พึ่งนึกได้ว่า มันขาด Google + share ก้จะให้ขาดตัวนี้ไปได้ยังไง   เมื่อก่อนทำไมนึกไม่ถึงก็ไม่รู้   ทำ blog ยังไงก็ต้องแชร์ผ่าน Google + เพราะเราอาศัย Google ในการเก็บข้อมูลและนำทางผู้ชมเข้า blog เรานี่นา

ปุ่ม social share

หลังจากค้นหามาได้พักใหญ่จึงไปเจอเข้ากับปุ่มแชร์ที่มี social share ที่คนไทยใช้กัน  เช่น twitter ,facebook,pinterest  ,google plus ซึ่งถือว่าเป็น social พื้นฐานในไทยก็ว่าได้  เห็นแล้วนำมาแปะเข้าให้ที่บล็อกของตน เอาไว้ใต้หัวข้อบทความค่ะ  ตามมาดูวิธีการนำ ปุ่ม social share เหล่านี้แปะใต้หัวข้อบทความใน blogger กันคะ

เพิ่ม ปุ่ม share ใน blogger

1. หลังจาก Login เข้าใช้งาน blogger มาที่เมนู แม่แบบ  เพื่อความแน่ใจ  ให้ สำรองข้อมูล ก่อนการแก้ไข code ใน blogger ก่อนค่ะ

2. หลังจากสำรองข้อมูลเสร็จ แล้ว คลิ๊ก แก้ไข HTML

เพิ่ม ปุ่ม share ใน blogger

3. กด  คลิ๊ก crtl+f แล้วค้นหา code   ตัวนี้ <data:post.body/>

เมื่อเจอโค้ดดังกล่าว ให้คัดลอก โค้ดที่อยู่ด้านล่างนี้ไปวางไว้ก่อน <data:post.body/>



<!-- Scripts Start -->
<b:if cond='data:post.isFirstPost'>
<!-- Facebook -->
<div id='fb-root'/>
<script>(function(d, s, id) {
var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
if (d.getElementById(id)) {return;}
js = d.createElement(s); js.id = id;
js.src = &quot;http://connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&quot;;
fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, &#39;script&#39;, &#39;facebook-jssdk&#39;));
</script>
<!-- Google +1 -->
<script type='text/javascript'>
(function() {
var po = document.createElement(&#39;script&#39;); po.type = &#39;text/javascript&#39;; po.async = true;
po.src = &#39;https://apis.google.com/js/plusone.js&#39;;
var s = document.getElementsByTagName(&#39;script&#39;)[0]; s.parentNode.insertBefore(po, s);
})();
</script>
<!-- Twitter -->
<script>!function(d,s,id){var js,fjs=d.getElementsByTagName(s)[0];if(!d.getElementById(id)){js=d.createElement(s);js.id=id;js.src=&quot;//platform.twitter.com/widgets.js&quot;;fjs.parentNode.insertBefore(js,fjs);}}(document,&quot;script&quot;,&quot;twitter-wjs&quot;);</script>
</b:if>
<!-- Scripts End -->
<!-- Horizontal social buttons Start -->
<div class='horizontal-social-buttons' style='padding:10px 0 10px;'>
<!-- Twitter -->
<div style='float:left;'>
<a class='twitter-share-button' data-count='horizontal' data-lang='en' data-related='' data-via='' expr:data-text='data:post.title' expr:data-url='data:post.url' href='https://twitter.com/share'>Tweet</a>
</div>
<!-- Google +1 -->
<div style='float:left;'>
<g:plusone annotation='bubble' expr:href='data:post.url' size='medium'/>
</div>
<!-- Facebook Like+Send -->
<div style='float:left;'>
<fb:like colorscheme='light' expr:href='data:post.url' font='' layout='button_count' send='true' show_faces='false'/>
</div>
<!-- Pinterest Start -->
<b:if cond='data:blog.pageType == &quot;item&quot;'>
<div id='pin-wrapper' style='float: left; margin:0px 0px 0px 30px; width:44px;'>
<a data-pin-config='beside' data-pin-do='buttonPin' expr:href='&quot;http://pinterest.com/pin/create/button/?url=&quot; + data:post.url'><img src='//assets.pinterest.com/images/pidgets/pin_it_button.png'/></a>
<span style='margin-left:-44px;'><a data-pin-config='beside' data-pin-do='buttonBookmark' href='//pinterest.com/pin/create/button/' style='outline:none;border:none;'/></span>
</div>
<script src='http://assets.pinterest.com/js/pinit.js' type='text/javascript'></script>
<style type='text/css'>
#pin-wrapper > a {background-image:none !important;}
</style>
</b:if>
<!-- Pinterest End -->
</div>
<div style='clear: both;'/>
<!-- Horizontal social buttons End –>



4. ต่อจากนั้นคลิ๊ก บันทึก แล้วลองเข้าไปดูบทความในเวบบล็อกได้เลยค่ะ เจอหรือยังคะ ปุ่ม social share  อ้อ ! บาง template จะปรากฏ <data:post.body/>  2 แห่ง ใน template วาง code ไว้ <data:post.body/> ตัวที่ 2 ค่ะ



 



ปล.หากต้องการให้ปุ่ม social share ปรากฏอยู่ด้านล่างของบทความ ให้วางโค้ดไว้หลัง <data:post.body/>  ค่ะ





ที่มา http://www.bloggersentral.com/

06:12 | 8 comments | Read More

มองหาแหล่งข้อมูลเขียนบทความกันดีกว่า

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556 | 09:31

เคยมีคำถามจากเพื่อนว่า เอ็งไปหาหัวข้อบทความมาจากไหนกัน    เห็นเขียนได้เขียนดี   แถมเขียนได้สะระตะ  ไม่น่าเชื่อว่าบุคลิกเงียบสนิทใจ  จะมีอะไรต่อมิอะไรในหัวสมองได้ขนาดนั้น (ไม่ค่อยมั่นใจว่ามันด่าหรือเปล่า )  คิด ๆ ดุก็เป็น blogger มานานหลายปี   เอาความรู้ตรงนี้มาร่วมแชร์หน่อยดีกว่า  บางทีอาจจะมีคนต่อยอด หรือมีคนช่วยเสริมเพิ่มให้ดิฉันเองได้ไอเดียใหม่ ๆ อีกบานตะไทก็เป็นได้

1.    อันนี้ถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ มนุษย์เรามีหลายอารมณ์  ในแต่ละวันก็จะมีสิ่งต่าง ๆมากระทบอารมณ์ตลอดทั้งวัน  อันไหนประทับใจไม่ว่าด้านบวกด้านลบ อันนั้นจะอยู่ในความทรงจำนานหน่อย  จับมาเขียนไดอารี่ได้ค่ะ  ใครอ่านไม่อ่าน ไม่รู้กัน  2. แต่เขียนไปนานเข้า นานเข้า มันจะค่อย ๆ พัฒนาไปเอง ไดอารี่เล่าเรื่องเล่น ๆ ก็ทำเงินได้นะคะ  แถมเป็นประโยชน์สำหรับบางคนเสียด้วย อันนี้เรื่องจริงค่ะ  มันเป็นประโยชน์แน่นอน อย่างน้อยที่สุด ช่วยเรื่องการอ่านค่ะ   ยิ้ม ….

2. กิจวัตรประจำวัน  อันนี้ก็เอามาเขียนได้  เช่น  การอาบน้ำ  ล้างหน้า สระผม  ทำกับข้าว  เขียนได้ทั้งนั้น   ไม่ต้องขั้นเทพ แค่ทำไข่เจียว   ก็เขียนได้แตกต่างจากคนทั้งโลกแน่นอน  เพราะเขียนเองกับมือ  ข้อควรจำค่ะ  ทุกบทความ หรือหัวข้อ  อาจจะมีคนเป็นหมื่นเป็นพันเขียนมาแล้ว   แต่คุณ เขียนได้ต่างแน่นอน  อย่ากังวลใจว่า มันจะเหมือนคนอื่น ๆ  เอกลักษณ์ในการเขียนไม่เหมือนกันแน่นอน     ดิฉันเขียนบทความเรื่องหนึ่งไว้    อีกวันถัดมาเขียนใหม่   มันยังไม่เหมือนเดิม  ได้บทความใหม่มาอีกหลายบล็อก ขยิบตา

 

3. เวบบอร์ดแหล่งชุมชนุม  เข้าไปรู้จัก ทักทาย อ่านไปเรื่อย ๆ คุณสนใจเขียนบทความอะไรก็ไปอ่านกระทุ้ตามนั้น  ข้อมูลเพียบค่ะ   เขียนเรื่องผู้หญิง ก็ไปหาเวบบอร์ดเกี่ยวกับผู้หญิงเป็นสมาชิกไว้ แถมเผื่อโปรโมทบทความอีกต่าง  ข่าวใหม่ ข่าวด่วน ที่นี่มีให้เสพ  แถม Comment   เป็นข้อมูลชั้นยอดค่ะ

 

4. หนังสือพิมพ์   นิตยสาร ใบปลิว เป็นแหล่งข้อมุล  Offline  ไปเดูงานที่ไหน ดิฉันจะหยิบทุกโบรชัวร์มาตลอด  นั่นหล่ะบทความเด็ดค่ะ      อ่านแล้วก็เขียนออกมาแบบของตน  

 

จดหมายที่ได้รับจาก google alearts

5.  Google alert ค่ะ  เขียนบทความเกี่ยวกับ  keyword  ตัวไหนอยู่ พอมีคน  post  ข่าวใหม่ึ้นมา  ก็เข้าไปอ่าน ติดตามหาหัวข้อเด็ดในการเขียนกันค่ะ

6. comment ในเวบบล็อกของเราเอง  อ่านค่ะ ต้องอ่านทุก comment ต่อให้มีคำ comment  ที่ไม่น่าจะมาจากคน ก็ต้องอ่าน อ่านแล้วก็ทิ้งไป  อย่าจับมาใส่อารมณ์ เพราะมันจะทำให้อารมณ์เสียโดยไม่ได้ประโยชน์   เลือกเฉพาะ commnet  ที่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์  ดิฉันได้บทความใหม่บ่อยครังจาก comment .ในบทความของตน

7.เวบบล็อกของคนอื่น ๆ ผ่านไปอ่านดุบ้าง   นั่นอาจจะเป็นข้อมุลให้คุณได้เขียนอีกเยอะเชียวหล่ะ  ดิฉันมักจะเข้าไปอ่านเวบบล็อกภาษาอังกฤษ  แล้วก็แปลแบบบ้าน ๆ เอามาลองทำเอง แล้วก็เขียนบทความ ในเวบบล้อกเกี่ยวกับคอมพิวเตอรของตน

…………ยังมีอีกไหมนะ  นึกไม่ออกแล้วหล่ะ  คงจบเพียงเท่านี้ ….เมื่อนึกหัวข้อที่จะเขียนได้จดบันทึกไว้ทันที ว่างก็เขียนได้ค่ะ  จะได้ไม่ลืม    ทั้งหมดนี้ ใช้ด้วยตนเองทุกวิธี ดิฉันจะเขียนบทความทุกวัน  อย่างน้อยวันละ 1 บทความ  เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้กับตน    ฝึกเอาความคิดมาสื่อเป็นตัวอักษรให้ได้   แถมวันไหนเครียด ตัวอักษรเหล่านี้ทำให้ดิฉันอารมณ์ดีขึ้นได้ด้วยนะ

สำคัญที่สุดคือเริ่มต้นเขียนค่ะ   อย่ากลัวไม่มีคนอ่าน  เขียนไปเรื่อย  ๆ  ดูอย่างดิฉันซิ….ไม่เคยคิดว่าจะมีคนมาอ่าน  ยังมีคุณอีกคน เข้ามาอ่านให้  จริงไหมหล่ะ  ยิ้ม

09:31 | 4 comments | Read More

การวาง Embed code จาก Soundcloud ใน Blogger

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 | 06:26

เวบไซต์ Soundcloud เป็นแหล่งแชร์ไฟล์เสียงแห่งใหญ่ เช่นเดียวกัน Youtube ที่เป็นแหล่งแชร์ไฟล์วีดีโอบนโลกออนไลน์   ที่นี่สามารถอัพโหลดเสียงเพลง แชร์ไปยัง Facebook,twitter,tumblr,pinterest,Google + และสามารถนำ Embed code วางในเวบไซต์หรือเวบบล็อกได้แบบง่ายๆ   ดังนั้นจึงเป็นเวบไซต์ที่เหล่าบรรดา blogger สามารถนำไฟล์เสียงอัพโหลดและแชร์ผ่านเวบบล็อกของตนได้อีกแห่ง เป็นบริการฟรีๆ และยังเป็นแหล่งที่สามารถโปรโมทไฟล์เสียงได้ที่นี่ วันนี้จึงขอนำวิธีการนำ Embed code จาก Soundcloud มาวางในเวบบล็อกใน blogger ของเรากันนะคะ

 

วาง embed code ใน soundcloud

 

 

หลังจากอัพโหลดไฟล์เสียงไปยัง soundcloud เรียบร้อย คลิ๊กที่ ไอคอนแชร์ดังภาพที่ 1

 

แชร์เพลงจาก soundcloud ใน บล็อกเกอร์

ต่อจากนั้นจะปรากฏ widget code ให้แชร์ไปยังเวบบล็อกได้  ทดลองคลิ๊กที่ไอคอนดินสอ ดังภาพที่ 2

 

แชร์เพลงจาก soundcloud ใน blogger

ปรับแต่ง ตัวแสดงผล (player) ที่จะนำไปแสดงในเวบบล็อก  ซึ่งจะปรากฏหน้าต่างการแสดงผลอยู่ด้านล่างของ Code เราสามารถปรับแต่งสี  โดยการนำเมาส์คลิีกเลือกสี  เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้ว ให้คัดลอก Widget Code ซึ่งเป็น  code  iframe  ปรับความกว้างของการแสดงผล โดยเปลี่ยนขนาด Width ปรับความสูงได้ที่ height  เมื่อปรับแต่งได้จนพอใจ  นำไปวางใน html/java script ได้เลย หรือแทรกในส่วนของบทความ โดยแทรกในส่วนของ html

 

 

 

 

06:26 | 0 comments | Read More

เพิ่มกล่อง Facebook Page Like ใน Blogger

Written By Aucharaporn Theemcle on วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556 | 10:52

แอบไปเรียนรู้สร้าง Faceboook Page เมื่อไม่นานมานี้  เมื่อก่อนคิดว่า Facebook จะเอาไว้ติดต่อกับเพื่อนเก่า ๆ ไม่ค่อยนำลิงค์จากบล็อกไปโชว์  ไม่สร้าง Fan Fage เพราะกลัวเหล่าบรรดาเพื่อนเก่า เก๊า เก่า หัวเราะเยาะ บทความที่กะเขียนเล่น ๆ เรื่อย ๆ ของตน  แต่พอเห็นมันเป็นประโยชน์กับคนอื่น  ก็เลยเอาลิงค์ไปโปรโมทดูบ้าง  ผลตรงกันข้ามกับที่เคยคิด  เพื่อนหลายคนเข้ามา กด Like ให้ และมีคำชมมาให้ยิ้มได้หน้าบาน  หลังจากนั้นไม่นาน ก็ทำ Facebook Page ติดไว้เกือบทุกบล็อกไปเรียบร้อย พอสร้าง Facebook Page เสร็จแล้วจะเอามาติดไว้ใน blogger ก็ลืมวิธีการทุกที  วันนี้บันทึกเก็บไว้ค้นหน่อยดีกว่า

เพิ่ม facebook page like  ในเวบบล็อก

 

วิธีการนำ Facebook Page  Like แปะไว้ใน blogger มีวิธีการดังนี้ค่ะ

 

1. เข้าไปสร้าง code เพื่อนำมาติดใน blogger ที่  Like Box - ผู้พัฒนา Facebook

2. เติม url  Facebook page ที่ต้องการนำมาแปะใน blogger หลังจากนั้นปรับความกว้าง (width) ปรับความสูง ( height)  ปรับการแสดงผล สีสรร และอื่น ๆ ตามชอบใจ  เมื่อปรับการแสดงผลเป็นที่พอใจแล้ว  คลิ๊ก Get Code

โค้ด like box สำหรับติดใน blogger

 

3. หน้าต่าง Code ปรากฏขึ้น ให้เลือกคัดลอก (Copy)โค้ดแบบ Iframe

เพิ่ม gadget  html/จาวาสคริปต์

4. ล็อกอินเข้า blogger ที่เมนู รุปแบบ > เพิ่ม gadget >

 gadget  html/จาวาสคริปต์ ใน blogger

เลือก gadget  Html/จาวาสคริปต์

วางโค้ดใน gedget html/จาวาสคริปต์

5. วางโค้ด iframe ที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 วางใน gadget  html/จาวาสคริปต์  คลิีกบันทึก

6. เรียบร้อยค่ะ คลิ๊กดูการแสดงผลหน้าเวบบล็อก ดูได้แล้วค่ะ

10:52 | 13 comments | Read More

แปะคลิปวีดีโอทั้งเพลย์ลิสต์ใน Youtube บนเวบบล็อก

Written By Aucharaporn Theemcle on วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556 | 01:17

แปะคลิปทั้งเพลย์ลิสต์ในบล็อกเกอร์

                               รูปที่ 1  เพลย์ลิสต์ใน Youtube

ใครชอบแวะเวียนเข้าไปดูวีดีโอใน Youtube อาจจะเคยเห็นการแสดงผลวีดีโดเป็นเพลยลิสต์ดังรูปด้านบนนี้    ข้อดีของการจัดการวีดีโอเป็นเพลย์ลิสต์คือ สามารถจัดรวบรวมคลิปที่เกี่ยวข้อง หรือต่อเนื้อง มาเล่นต่อกัน โดยอัตโนมัติ ดังรูปที่ 1 คลิปวีดีโอดังกล่าวมี 6 คลิป ก็สามารถรวบรวมมาเล่นต่อเนื้อง กัน โดยไม่ต้องมานั่งคลิ๊กทีละคลิป เพื่อจะดูให้จบทั้งหมด    ซึ่งเราสามารถสร้างเองได้ทั้งหมด ชอบใจวีดีโอใดก็สามารถสร้างเป็นเพลย์ลิสต์ไว้ดูและไว้แชร์ได้ด้วย เมื่ออนุญาตให้แชร์ได้  เรามาจับวีดีโอทั้งเพลย์ลิสต์จาก Youtube ขึ้นอวดแชร์บนเวบบล็อกกันดีกว่าค่ะ

สร้างเพลย์ลิสต์ให้เล่นใน blogger

                                          รูปที่ 2  เพลย์ลิสต์ทั้งหมด

1. เพื่อนท่านใดยังไม่ทราบวิธีการสร้างเพลย์ลิสต์ในยูทุป อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ค่ะ สร้างเพลย์ลิสต์ให้วีดีโอในยูทูปกันเถอะ

2. หลังจากสร้างเพลย์ลิสต์ หรือเจอเพลย์ลิสต์ที่ถูกใจ  คลิ๊กเล่นเพลย์ลิสต์นั้น ๆ 

แบ่งปันเพลย์ลิสต์ใน blogger

                       รูปที่ 3 การแบ่งปันเพลย์ลิสต์ใน youtube

3. ที่ด้านล่างของเพลย์ลิสต์ที่กำลังเล่นอยู่นั้น คลิีกที่แบ่งปัน  >ฝัง คัดลอกโค้ดในกรอบสี่เหลี่ยม เอาไปวางในเวบบล็อก

image

                         รูปที่ 4 การปรับแต่งการแสดงผลเพลย์ลิสต์ใน youtube

4. ก่อนคัดลอกโค้ดนำไปวางในเวบบล็อก อาจตั้งค่าการเริ่มต้นเล่นวีดีโอ  หรือขนาดของวีดีโอตามต้องการ

การนำวีดีโอวางในเวบบล็อก วางได้ 2 แบบ

แบบที่ 1 วางแทรกในบทความ

การวางคลิป youtube ใน blogger

                          รุปที่ 5 แทรกวีดีโอในบทความของ blogger

ในหน้าต่างเขียนบทความ คลิ๊กที่ HTML ก่อนแล้ววางโค้ดที่ Copy มาจากขั้นตอนที่ 4 วางลงไป เป็นการแทรกวีดีโอในบทความค่ะ

แทรกเพลย์ลิสต์วีดีโอใน blogger

                    รูปที่ 6 แทรกวีดีโอเป็น Gadget ใน blogger

แบบที่ 2 วาง gadget บนเวบบล็อก โดยที่เมนู  Layout>Add a  Gadget > Html /javascript >

เพิ่มโค้ดวีดีโอในบล็อกเกอร์

                     รูปที่ 7    gadget html/javascript

เพิ่มหัวข้อของวีดีโอ และวางโค้ดวีดีโอในกรอบ คลิ๊ก save เพื่อบันทึก

เรียบร้อยค่ะ สำหรับวิธีการเพิ่มวีดีโอทั้งเพลย์ลิสต์ใน Youtube บนเวบบล็อกของเรา  ขอให้สนุกกับการเขียนบทความเพื่อร่วมแชร์ บนเวบบล็อกนะคะ

 

01:17 | 2 comments | Read More

โปรแกรมเช็ค Broken Link ด้วย Fast Link Checker Lite

Written By Aucharaporn Theemcle on วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556 | 09:22

โปรแกรมเช็คลิงค์เสียในเวบไซต์

วันนี้ว่างจัด อยากลองศึกษาปรับแต่งเวบบล็อก ที่ทิ้งร้างมานาน…. เอาแต่เขียนบทความแล้วก็อัพ ไม่ได้ปรับแต่ง seo อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ Aphsara Online ทีเคยลืมต่ออายุให้โดเมน  ก็เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ  ค่อยใจชื้นขึ้นอีกนิด    นึกอยากลองเช็ค Link ดูบ้างว่าเป็นอย่างไร จึงค้นหาโปรแกรมฟรี ๆ Fast Link  Checker Lite   ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยเช็คลิงค์เสียในหน้าเวบไซตืหรือเวบบล็อก    มาทดลองใช้  ครั้นทดลองใช้แล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงนำมาร่วมแชร์  สำหรับเพื่อนท่านใดที่กำลังค้นหาวิธีเช็ค ลิงค์เสียในเวบบล็อกของตนค่ะ

โปรแกรมเช็คลิงค์เสียในเวบไซต์

ดิฉันเองลอง ๆ งมวิธีใช้ดู   หลังจากพบแจ้งลิงค์เสียที่ url ใด ก็เปิดบทความไปเช็คลิงค์

โปรแกรมเช็คลิงค์เสียในเวบไซต์

ผลปรากฏว่าลิงค์ที่พบใช้ไม่ได้จริง ๆ  หลังจากทดสอบที่ Aphsara Online พบ ลิงค์เสียพียบ ต้องค่อย ๆ เช็คทีละ url  แล้วค่อย ๆ แก้ไข เสียดายที่ใช้กับ  ชวนเพื่อนเขียนบล็อกไม่ได้ค่ะ  เพราะโปรแกรมนี้แจ้งว่าโดเนมเนม undefined ประมาณว่าใช้ร่วมกับโดเนมที่เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างเดียวเท่านั้น   ส่วนเรื่องวิธีการใช้งานเพิ่มเติม ดิฉันเองก็กำลังเรียนรู้  ค้นจากทุกที  ยังไม่มีใครอธิบายวิธีใช้ให้เข้าใจได้  เพราะโดยส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น   ดังนั้นคงให้คำตอบใด ๆ ไม่ได้  เพียงแค่นำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครจะนำไปต่อยอดเป็นประโยชน์กับเวบบล็อกของตนค่ะ     broken link  อ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ Fast Link Checker Lite

09:22 | 0 comments | Read More

ปัญหา an error 403 Forbidden ใน Windows live Writer

Written By Aucharaporn Theemcle on วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 | 21:52

ดิฉันเองใช้โปรแกรม Windows Live Writer เขียนบทความในเวบบล็อกมาตั้งแต่เริ่มต้นหัดทำ blogger ใหม่ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากคุณสมบัติที่ใช้งานง่ายคล้ายกับโปรแกรม Microsoft  word และที่สำคัญสามารถเตรียมบทความแบบ Offline ให้คนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำอย่างดิฉันได้เขียนบทความไว้ล่วงหน้าแล้วค่อยประกาศไปยังเวบบล็อกในภายหลัง  อีกทั้งโปรแกรม Windows Live writer ยังสามารถใช้รวมงานกับเวบบล็อกในค่ายอื่น ๆ เช่น wordpress,tumblr,Live jornal และอื่น ๆ ให้เลือกใช้ 

an error 403 Forbidden ใน Windows live Writer

                               รุปที่ 1 ข้อความแจ้ง error ใน Windows Live Writer

วันนี้เก็บปัญหาในการใช้งาน โปรแกรม Windows Live writer  ทีี่พบเจอมาร่วมแบ่งปันค่ะ  ปัญหาที่ดิฉันเคยเจอแล้วทำให้งง  สงสัยบ่อย ๆ คือ ในกรณีที่คลิ๊กประกาศบทความไปยังเวบบล็อก  แล้วเจอข้อความแจ้ง error ว่า   The  remote sever returned an error : (403) Forbidden. นึกสงสัยว่า account เราโดนบล็อกหรืออย่างไร  แต่เมื่อลอง Login เข้า account ของ blogger ก็ไม่เจอปัญหา  ลองประกาศไปยังเวบบล็อกอื่น ก็สามารถทำได้  ค้นหาสาเหตุ  บางแห่งแจ้งว่า เป็นปัญหาจากการอัพโหลดรูปภาพในบทความ  บางแห่งบอกว่าเป็นสาเหตุจาก bug ในโปรแกรม windows Live writter เอง  เมื่อหาบทสรุปไม่ได้  ดิฉันจึงได้ทดลองอัพเดทข้อมูลบัญชีของตนดู  ผลปรากฏว่าหลังจากการอัพเดทข้อมูลบัญชีใน blogger ก็สามารถประกาศบทความได้โดยปกติ ไม่มีข้อความแจ้ง error แต่อย่างใด ส่วนปัญหาที่ว่า  สาเหตุเกิดเพราะเหตุใด ยังไม่ทราบ แต่ทราบวิธีการแก้ไข ทดลองนำไปใช้กันดูค่ะ  สำหรับใครที่เจอปัญหาเช่นเดียวกัน

การแก้ปัญหา an error 403 Forbidden ใน Windows live Writer ด้วยการอัพเดตบัญชี มีขั้นตอนดังนี้

การกำหนดค่าอัพเดตบัญชีใน blogger

                              รูปที่ 2  การตั้งค่าการอัพเดตข้อมูลบัญชี

1. เปิดโปรแกรม Windows Live writer ขึ้นมา คลิ๊กที่เมนูบัญชีบล็อก  เลือก ตัวเลือกบล็อก   ดังรูปที่ 2 แล้วคลิ๊กที่เมนู อัพเดตข้อมูลบัญชี

การตั้งค่าใน windows live writer

                รุปที่ 3  การตั้งค่าการเข้าใช้งาน blogger ใน Windows Live Writer

2 เติมข้อมูล เวบแอดเดรส  ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน แล้ว คลิ๊กถัดไป

การตั้งค่าบัญชีบล็อกใน blogger

                         รูปที่ 4  หน้าต่างแสดงการอัพเดตข้อมูลบัญชี เสร็จสมบูรณ์

 

3. รอสักครู่ให้การอัพเดทการกำหนดค่าบัญชีในบล็อกเสร็จสมบูรณ์ ดังรูป ที่ 4

4. คราวนี้ลองเข้าไปประกาศบทความใหม่อีกรอบนะคะ   ดิฉันใช้วิธีนี้แก้ปัญหาได้ทุกรอบค่ะ   

21:52 | 0 comments | Read More

รวม rss feed หลาย ๆ feed เป็นหนึ่งเดียวแบบง่าย ๆ

Written By Aucharaporn Theemcle on วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556 | 17:04

เคยนำเสนอโปรแกรมช่วย submit  rss feed  ปัจจุบันก็ยังเห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถใช้โปรโมทเวบบล็อกของตนได้อีกทาง   หลายคนบอกว่าจะใช้ได้ผลก็เฉพาะเวบบล็อกที่มีบทความภาษาอังกฤษ จึงจะเห็นผล  ดิฉันเอง,มีแต่เวบบล็อกภาษาไทย  ได้ใช้วิธี submit rss feed เช่นกัน  สังเกตเห็นมีลิงค์จาก rss directory มาที่เวบบล็อกของตนไม่กี่แห่ง  แต่ก็เห็นว่ามีบ้าง นั่นแสดงว่าการ submit rss feed ยังใช้ได้อยู่ ดังนั้นวันนี้มานำเสนอวิธีการรวม rss feed จากหลาย ๆ แห่งเข้าด้วยกัน แบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้โปรแกรม   เมื่อได้ rss feed ที่รวมเสร็จแล้ว ก็เอาไป submit ตาม เวบที่ให้บริการ ซึงวิธีนี้จะทำให้เราได้ feed หลาย ๆ url  ที่ไม่ซ้ำกัน นำไปโปรโมท  ตามเวบไซต์ที่ให้บริการ submit feed กันค่ะ    หรืออาจจะประยุกต์ใช้งานแบบอื่น   โดยส่วนมากดิฉันจะนำ feed ที่รวมได้  นำเสนอไว้ในเวบบล็อกที่อื่น ๆ ของตน และนำไปเพิ่มไว้กับ twitterfeed เพื่อตั้งค่าอัพเดทบทความโดยอัตโนมัติที่ twitter และ facebook

การรวม  feed  มีหลายวิธี บางคนใช้โปรแกรมในการ รวม feed บางคนใช้บริการ yahoo pipe แต่วันนี้ดิฉันจะมาชวนใช้บริการเวบเช่นเดียวกัน มาทดลองใช้บริการเวบไซต์ chimpfeedr.com  เพื่อรวม feed จากหลาย ๆที่ให้เป็นหนึ่งเดียว แบบง่าย ๆ ง่ายจริง ๆ ค่ะ

นำ  rss feed มาเติมในช่องว่างเพื่อรวม feed

 

                       รูปที่ 1   การเพิ่ม feed เพื่อที่จะรวม feed

บริการรวม feed ของเวบไซต์ chimpfeedr นี้เป็นบริการฟรี ๆ ไม่ต้องสมัครสมาชิก  เพียงเข้าไปที่เวบไซต์  chimpfeedr.com   แล้วคัดลอก feed จากเวบไซต์หรือเวบบล็อกที่ต้องการจะนำ feed มารวมกัน วางลงไปที่กล่องช่องว่างแล้วคลิีก add feed ดังรุปที่ 1

ปรับแต่งการแสดงค่า rss feed

 

                          รุปที่ 2  ปรับแต่งขนาดการแสดงผลที่ Resize images

 

หากต้องการปรับแต่งขนาดของการแสดงผล feed ที่รวมกัน  ให้คลิ๊กที่ Resize images แล้วปรับแต่งขนาดตามความเหมาะสม  หรือได้ขนาดที่ต้องการคลิ๊ก  Chomp  chomp

ชื่อของ feed ที่รวมาแล้ว

                                       รูปที่ 3 ตั้งชื่อให้กับ  feed ที่รวมได้

ขั้นตอนถัดไป จะปรากฏหน้าต่างให้ทำการตั้งชือ Feed ที่รวมแล้ว  ตั้งชื่อเสร็จแล้วคลิีก start mixing

 

mix rss feed

                                        รูปที่  3 ข้อความแจ้งสถานะการรวม feed เสร็จสิ้น

เสร็จแล้วค่ะ  สำหรับการรวม feed จากหลาย ๆที่เข้าด้วยกัน   สามารถเข้าไปเช็ค feed ได้ตามลิงค์ที่เวบไซต์แจ้งให้ทราบ ต่อจากนั้น นำ feed ที่รวมเสร็จสิ้นเอาไปใช้ประโยชน์ตามต้องการ

17:04 | 0 comments | Read More

การค้นหาเวบไซต์ที่คล้ายคลึงกัน similar pages

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 | 07:46

เพราะเป็นบล็อกเกอร์  จึงมักจะต้องตระเวนหาข้อมูลตามเวบไซต์เพื่ออ่านบทความบ่อย ๆ เมื่อหาข้อมูลได้จากเวบหนึ่ง   ไม่กระจ่าง ก็ต้องค้นเวบอื่น ๆ  กว่าจะกลายเป็นบทความที่เขียนขึ้นมาบทความหนึ่ง  อาจจำเป็นต้องค้นถึงหลายสิบบทความจากหลายเวบเลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้น เพื่อให้ง่าย จำเป็นต้องค้นข้อมูลจากเวบที่คล้ายกันจะง่ายกว่า นั่นทำให้ได้ข้อมูลที่ง่ายขึ้น  ดิฉันมีตัวช่วยค่ะ

เครื่องมือแต่งและโปรโมทเวบบล็อก

 

เพื่อที่จะให้สะดวกในการค้นหาข้อมูลจากเวบไซต์ที่คล้าย ๆ กัน จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยค้นหาเวบเพจที่คล้ายคลึงกัน  ตัวช่วยตัวนี้เป็น addon ของ firefox ค่ะ  มีชื่อว่า Similar pages  ซึ่งเวบไซต์ที่คล้ายคลึงกับเวบที่เราเปิดใช้งาน จะแสดงด้านข้างของ Firefox  ซึ่งดิฉันเองนำเอา addon ตัวนี้มาใช้งานในการเขียนบทความในเรื่องของ  การค้นหาบทความ หรือข้อมูลจากเวบที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะได้ข้อมูลที่หลากหลาย   เพื่อที่จะใช้เขียนบทความ  นอกจากนั้น ก็ใช้ค้นหาเวบไซต์ประเภท โปรโมทเวบบล็อกของตน  จำพวก social network หรือ social bookmark  โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาให้วุ่นวาย นอกจากนั้นก็เป็นเวบบอร์ดที่มี keyword ที่คล้ายคลึงกับบทความในตน  เพื่อจะค้นหาแหล่งโปรโมทเวบค่ะ

คิดว่าน่าจะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้การสร้าง ปรับแต่ง และ โปรโมทเวบบล็อกให้สะดวกขึ้น  ทดลองใช้งานได้ที่  similar pages

07:46 | 0 comments | Read More

บทเรียนของ blogger

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556 | 08:35

ไม่ค่อยได้เช็คอีเมล์นัก  เพราะปัจจุบัน facebook เข้ามามีบทบาทมากกว่า  หากเหล่าบรรดาเพื่อนฝูงติดต่อก็ติดต่อผ่าน facebook เป็นส่วนใหญ่ สักอาทิตย์จึงได้เข้าไปอ่านเมล์สักครั้ง ส่วนมากเป็นเมล์ขยะล้วน ๆ แล้วก็เหลือบไปเห็นอีเมล์สั่งซื้อสินค้าฉบับหนึ่ง  จาก Google

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

สินค้าที่สั่งซื้อเป็นสินค้าใน Google play ขอสารภาพว่า ไม่เคยศึกษาเรื่องนี้ เข้าใจเองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเกมส์เป็นส่วนใหญ่  ซึ่งดิฉันไม่เล่นเกมส์  ไม่ชอบเล่น เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเสียเวลา  ปัจจุบันเห็นเยาวชนหลายคนติดเกมส์งอมแงม ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งที่จริงแล้วเกมส์ก็มีข้อดีอยู่บ้าง  แต่ไม่อยากให้ลูกหลานตนเองติดซะงอมแบบนี้ ดังนั้นแม้แต่ adsense ในเวบล็อกก็จะไม่ยอมให้มีโฆษณาเกมส์ให้เห็นเป็นอันขาด แต่นี่….มีข้อความส่งมาว่าดิฉันสั่งซื้อสินค้าผ่าน Google play  ถึงสองรายการ อีกรายการเป็นเกมส์ angry bird   เศร้า จะบ้าตาย

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

เนื่องจากการชำระเงินผ่าน Google check out ที่ดิฉันนำบัตรเครดิตไปผูกไว้ซื้อโดเมนเนมผ่าน Google  ดังนั้นจึง Login เข้าไปตรวจเช็ค เห็นสถานะการแจ้งสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไว้สองรายการจริง ๆ ด้วย เป็นรายการเกมส์กับอะไรก็ไม่รู้ใน Google play ทั้งคู่  ดังนั้นดิฉันจึงได้ยกเลิกการสั่งซื้อ บอกรายละเอียดไปว่า ตนเองไม่เคยสั่งซื้อสินค้านี้แต่อย่างใด กลุ้มใจอยู่ 2 วันเต็ม ๆ จึงมีข้อความแจ้งการคืนเงิน 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงได้ เปลี่ยนรหัสผ่าน ที่ไม่เคยเปลี่ยนมาเป็นชาติ อายัดบัตรเครดิตซะเลย    สาเหตุที่มีการใช้งานบัตรเครดิตของดิฉันสั่งซื้อของออนไลน์ได้  คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ดิฉันเองเขียนบทความ โดยมีภาพรายละเอียดบัตรเครดิตของตน ไม่ว่าจะเป็นชื่อนามสกุล เลข 3 หลัก หรือแม้แต่เลขบัตร   ได้สืบค้นมาว่า แม้จะใช้การทำภาพให้เบลอ ก็มีบางโปรแกรมสามารถทำให้ภาพที่เบลอสามารถอ่านเลขบัตรเหล่านั้นได้  เป็นช่องทางให้เกิดการใช้ความรู้ในทางที่ผิด ขาดศีลธรรม เพราะความจนที่ทำให้ดิฉันมีเงินในบัตรเครดิตมีไม่กี่บาทความกังวลใจที่จะต้องสูญเสียงเงินจึงไม่เท่าใดนัก    แต่รู้สึกแย่ทีพบเจอคนบางคนหาผลประโยชน์จากตนโดยไม่เต็มใจที่จะให้ 

ประสบการณ์เรื่องนี้ขอแชร์ร่วมที่ชวนเพื่อนเขียนบล็อก สำหรับเพื่อน ๆ ที่เขียนบทความ โปรดระมัดระวังในการให้ข้อมูลบัตรเครดิตของตน  แม้แต่การ shopping online ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษด้วยค่ะ   ขอให้ปลอดภัยทุกคนนะคะ

08:35 | 2 comments | Read More

หั่นบทความให้สั้นลงด้วย readmore|blogspot แก้ไข

Written By Aucharaporn Theemcle on วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556 | 06:26

สังเกตดูบทความที่ตัวเองเขียน รู้สึกว่ามันยาวไป อยากให้หน้า home หรือหน้าแรกสั้นลงหน่อย  แล้วเพิ่มจำนวนบทความไปหลาย ๆ บทความ หน้าแรกเป็นเพียงแต่ไตเติ้ลเล็กน้อย หากผู้อ่านอยากอ่านเพิ่มค่อยคลิ๊กเข้าไปอ่านต่อ  เมื่อผู้อ่านคลิ๊กอ่านต่อหรือ readmore ทำให้เพิ่มจำนวน pageview ได้ด้วย   ค้นหาเรื่องนี้มานานพอสมควร  ไปเจอโดนใจเอาที่ trick ทำ readmore แบบอัตโนมัติ จากเวบ hackublog เพราะขี้เกียจมานั่งทำทีละบทความ  วันนี้เลยเอามาแบ่งปันเพื่อน ๆ ที่ชอบเขียนบล็อกเหมือนกันค่ะ  การทำ readmore หรืออ่านต่อไปด้วยวิธีการแก้ไข html
1. login ไปที่  Blogger เข้าไปที่  >ไปที่แผงควบคุม > รูปแบบ > แก้ไข HTML > ขยายแม่แบบเครื่องมือ

readmore_blogspot
2.คลิ๊ก crtl+f เพื่อค้นหา code </head> เมื่อเจอให้วาง code ให้แทนที่ code ด้านล่างนี้แทน<head>
<script type='text/javascript'>
var thumbnail_mode = &quot;float&quot; ;
summary_noimg = 230;
summary_img = 140;
img_thumb_height = 100;
img_thumb_width = 100;
</script>
<script src='http://blogergadgets.googlecode.com/files/excerpt.js' type='text/javascript'/>
</head>

หากเป็นบล็อกชวนเพื่อนเขียนบล็อกก็จะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ 

ชวนเพื่อนเขียนบล็อก
 
code  นี้ปรับแต่งค่าได้ให้เหมาะกับบล็อกและความต้องการของผู้เขียนค่ะ
summary_noimg = 500; คือจำนวนอักษรที่แสดง readmore ในกรณีที่บทความนั้นไม่มีรูปประกอบ เลย
summary_img = 400;     คือจำนวนอักษรที่แสดง readmore ในกรณีที่บทความนั้นมีรูปประกอบ
img_thumb_height = 100;คือความสูงรูปตัวอย่างที่แสดง
img_thumb_width = 100; ความกว้าง รูปตัวอย่างที่แสดง
3. ต่อไปคลิ๊ก crtl+f ค้นหา code
<data:post.body/>
เมื่อหาเจอให้แทนที่ code ดังกล่าวด้วย code ด้านล่างนี้

<b:if cond='data:blog.pageType == &quot;item&quot;'>
<data:post.body/>
<b:else/>
<b:if cond='data:blog.pageType  == &quot;static_page&quot;'>
<data:post.body/>
</b:if>
<b:else/>
<b:if cond='data:blog.pageType == &quot;index&quot;'>
<div expr:id='&quot;summary&quot; + data:post.id'>
<data:post.body/>
</div>
<script type='text/javascript'>
createSummaryAndThumb(&quot;summary<data:post.id/>&quot;);
</script>
<div style='clear: both;'/>
<span style='padding-top:5px;;float:right;text-align:right;'><a expr:href='data:post.url' rel='bookmark'><b>Read More … </b></a></span>
</b:if>
</b:if>

4. เสร็จแล้วจ๊ะ คลิ๊กปุ่มบันทึกแม่แบบแล้วดูบล็อกได้เลย คำว่า Read More.. จะเปลี่ยนเป็นตัวอื่นได้นะคะ เช่น อ่านต่อ
ต่อจากนั้นใครอยากให้หน้าแรกแสดงหลายบทความหน่อยก็มาที่ การตั้งค่า >การจัดรูปแบบ
readmore_blog
เปลี่ยนการแสดงหน้าสูงสุด ตามชอบใจจ๊ะ อยากให้แสดงกี่บทความ เอาหล่ะไปลองดูบล็อกของเรากันหน่อยดีกว่า ปรับแต่งแล้วชอบใจกันไหมคะ  วันนี้ bye จ๊ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก Automatic readmore ค่ะ
06:26 | 3 comments | Read More

ปรับแต่ง ย้ายหรือลบ Gadget Attribution ใน blogger

ปรับแต่งย้าย หรือลบ Gadget Attribution ใน blogger

ใครยังใช้ Free template ของ blogger อย่างดิฉันอยู่ไหมคะ   ต่อให้เรียนรู้เวบบล็อกมาหลายปี  แต่ดิฉันเองก็ยังจนด้วยเกล้าในการปรับแต่งหรือสร้างสรรค์เทมเพลตให้เวบบล็อกของตน ถูกใจ …ดังนั้นจนกระทั่งถึงทุกวันก็ยังดาวน์โหลดฟรีเทมเพลตมาใช้อยู่เสมอ     (ประเดี๋ยวคนออกแบบไม่มีใครอุดหนุน) icontexto_emoticons_01  ทุกครั้งที่ดาวน์โหลดมา จะเจอกับ gadget ที่ไม่สามารถย้ายได้  อย่างเช่น ลิขสิทธิ์ (Attribution) นั่นยังไงหล่ะ อยากย้ายปรับเปลี่ยนในเทมเพลต หรือไม่ก็อยากลบออกเลย  แต่ทว่าพอคลิ๊กเข้าไปเพื่อที่จะย้ายก็ไม่ได้ ลบก็ไม่ได้  …ยังคงค้างเติ่งไว้เช่นนั้น   วันนี้เจอวิธีการจัดการ จึงนำมาร่วมแชร์ค่ะ

gadget กำหนดค่าการแสดงที่มาใน blogger

วิธีการในการปรับแต่งให้สามารถย้ายหรือลบ Gadget กำหนดค่าการแสดงที่มา ( Attribution) มีวิธีการดังนี้ค่ะ

<b:widget id='Attribution1' locked='true' title='' type='Attribution'>

1. Login เข้าหน้า แดชบอร์ดของ blogger คลิ๊กไปที่เวบบล็อกที่ต้องการแก้ไข > แม่แบบ > แก้ไข html >ขยายเทมเพลตวิดเจ็ต >ค้นหา Code  จากตารางด้านบน  ด้วยการคลิ๊ก crt+f แล้วพิมพ์ code ที่ต้องการค้นหาลงไป

2. เมื่อค้นเจอแล้ว ให้เปลียน จาก   locked='true' เป็น locked='false' ต่อจากนั้นอย่าลืม บันทึกเทมเพลตค่ะ

image

 

3. ขั้นตอนถัดมา กลับมาที่เมนูรูปแบบมองหา Gadget attribution คลิีกแก้ไข  จะปรากฏหน้าต่าง Attribution หรือ กำหนดค่าการแสดงที่มา และมีเมนูลบให้เราเลือกลบได้แล้วค่ะ  นอกจากนั้นก็สามารถย้าย Gadget นี้ไปวางไว้ตรงไหนของเทมเพลตก็ได้ตามใจชอบแล้ว

4. หากต้องการลบให้ คลิ๊กลบ gadget ดังกล่าว แค่นี้ Gadget นี้ก็ไม่มีในเวบบล็อกของเราแล้วหล่ะค่ะ  กุหลาบแดง

03:36 | 3 comments | Read More

การใช้ เมนูภาษาไทยใน blogger

เพื่อนท่านหนึ่่ง อ่านบทความบางบท ดิฉันใช้แดชบอร์ดในบล็อกเกอร์อธิบาย บางบทความเป็นภาษาไทย ซะงั้น   จึงเกิดคำถามว่า หากจะเปลี่ยนภาษาเมนูคำสั่งต่าง ๆใน แดชบอดร์ดของ blogger อย่างไรกัน ?

เปลี่ยนภาษาให้ blogger

 

วิธีการเปลี่ยนภาษาในหน้าต่างแดชบอร์ดของ   blogger แค่ Login เข้า blogger แล้วเหลือบมองดูเมนูด้านบนใกล้ ๆ กับ Profile ของเรา ก็จะเห็นชื่อภาษาให้คลิ๊กเครื่องหมายสามเหลี่ยมกลับหัว  ก็จะมีภาษาแทบทุกภาษาในโลกให้เราเปลียนใช้งานได้แล้วค่ะ

เหตุผลส่วนตัวที่ยังคงใช้ภาษาอังกฤษในการใช้งาน blogger เป็นเพราะอยากฝึกฝนด้านภาษาค่ะ  ถึงตอนที่ต้องอ่านบทความภาษาอังกฤษหรือใช้งานเรื่องอื่น ๆ จะได้ชินและกล้าที่จะใช้งาน  พอถึงตอนเขียนบทความบางคราวจำได้ ก็จะเปลียนแดชบอร์ดเป็นภาษาไทย บางคราวก็ลืมไป ยังคงเป็นภาษาอังกฤษ  ถือว่าฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยกันนะคะ ขวนเพื่อนเขียนบล็อก

01:38 | 0 comments | Read More

การนำโดเมนเนมใน Godaddy มาใช้งานกับ blogger

Written By Aucharaporn Theemcle on วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556 | 08:42

บทความก่อน นำเสนอ ในเรื่องของการค้นหาโดเมนเนมที่เป็นภาษาไทยใน Godaddy และรวมถึงการชำระเงินในการซื้อ โดเมนเนมใน Godaddy มาเรียบร้อย   ดิฉันเองถึงแม้จะจดโดเมนเนมมาหลายรอบ และตั้งค่าให้กับ blog หลายรอบครั้นจดใหม่ ก็ยังต้องงมอยู่นั้นหล่ะ เพราะจำไม่ได้ว่ากระบวนการขั้นตอนในการนำโดเมนเนมมาใช้งานร่วมกับ blog อย่างไรบ้าง   วันนี้ขอร่วมแชร์พร้อมบันทึกไว้เปิดอ่านไปพร้อมกันเลยค่ะ

thank for buying

ภาพที่ 1  สถานะแจ้งหลังการจดโดเมนเนมผ่าน Godaddy

1.  หลังจากชำระเงินซื้อโดเมนเนมกับ Godaddy ไปเรียบร้อยแล้ว จะปรากฏสถานะขอบคุณ  เพื่อตั้งค่าให้กับโดเมนเนมให้คลิ๊กที่ My account ตามภาพที่ 1  ค่ะ

Domain Manager   Home

                                                                            ภาพที่ 2 เมนุ control panel ใน godaddy

2  ที่หน้าต่าง Control panel ของ  Godaddy จะปรากฏรายชื่อโดเมนเนมที่เราจดผ่าน Godaddy  ให้ติีกเครื่องหมายถูกที่หน้า โดเมนเนมที่เราจะนำไปใช้งานร่วมกับเวบบล็อกของเรา

dns manager in godaddy

                   ภาพที่ 3 เรียกใช้งาน Dns manager จากเมนู Tools

3. หลังจากนั้นคลิ๊กที่เมนู Tools> Dns  manager  ปล่อยให้บราวเซอร์เปิดหน้านี้ทิ้งไว้ก่อนนะคะ   ให้เรามาที่เวบ blogger ก่อนค่ะ

ติดตั้งโดเมนเนมจาก godaddy ใน blogger

                            ภาพที่ 4  การตั้งค่าโดเมนเนมให้กับ blogger ที่เมนู การตั้งค่า

 

4. เปิดบราวเซอร์แท็บใหม่เป็น Login เข้า blogger ที่หน้าแดชบอร์ดคลิ๊กมาที่เวบบล็อกที่ต้องการตั้งค่าโดเมนเนมให้ชี้ไปยัง โดเมนที่ซื้อจาก Godaddy  แล้วคลิ๊กที่ เมนู Setting (ตั้งค่า ) > Basic ( พื้นฐาน )  ที่เมนู Publishing  ให้คลิ๊กที่ Add  a custom domain

เปลียนโดเมนเนมจาก  godaddy ให้ใช้ได้กับ blogger

                                                                              ภาพที่ 5 ตั้งค่า Blog   address ให้กับ blogger

5 คลิ๊กที่ switch to advanced settings  ตามภาพที่ 5  เลยค่ะ

 

ตั้งค่าให้ blogger ใช้โดเมนเนมกับ Goadddy

.                        ภาพที่ 6 เพิ่มโดเมนจาก godaddy .ใน blog address

6. ที่ Advance settings ให้เติม โดเมนเนมที่จดกับ Godaddy ลงไปในกรอบสี่เหลี่ยมดังรูป   ต่อจากนั้นคลิีก Enter  จะปรากฏแจ้ง ข้อความ error แล้วมี คำแนะนำ ให้ Copy ค่าในกรอบสีแดงสองบรรทัดในรูปที่ 1 ไปเติมลงใน Dns manager ที่เวบ Godaddy

ตั้งค่า dns manager ใน godaddy

                                                                           ภาพที่ 8  หน้าต่างเรียนใช้งาน Edit  zone

7. กลับมาที่หน้าต่าง Dns manager ที่เวบ Godaddy อีกครั้ง ให้ติีกเครื่องหมายถูกที่ชื่อโดเมนที่ต้องการให้ blogger ชี้มา  แล้วคลิ๊กที่ Edit zone

ตั้งค่า dns manager ให้สามารถใช้งานร่วม blogger ใน godaddy

                                                                              ภาพที่ 9 เพิ่มโค้ดจาก blogger ใน zone editor

8 ต่อจากนั้นในหน้าต่าง Zone File editor มองหาเมนู  CNAME Alias ให้คลิ๊ก Quick add เพื่อเติมโค้ด สองโค้ดที่ copy มาจาก blogger ใส่ลงไป ดังรูป  หลังจากเพิ่ม code ดังกล่าวเสร็จแล้ว คลิ๊ก Save zone File  ต่อจากนั้น จะมีหน้าต่างแจ้งการอัพเดทสถานะ ให้คลิีก ok จนจบ

ตั้งค่าให้ blogger ใช้โดเมนเนมกับ Goadddy

                                                                            ภาพที่ 10 หน้าต่าง ตั้งค่า blog address

9.กลับมาที่หน้าต่างการตั้งค่าใน blogger หลังจากเติมโค้ดใน dns manager ใน godaddy เรียบร้อยให้กลับมาบันทึกผล ใน blogger

การตั้งค่า โดเมนเนมสำเร็จผล

ภาพที่  10 สถานะของ blog address หลังการชี้โดเมนเนมไปยังโดเมนที่จดกับ godaddy

10 หากไม่มีอะไรผิดพลาด  ชื่อ blog address ของเราจะเป็นชื่อโดเมนเนมที่จดกับ Godaddy เรียบร้อยค่ะ

อาจจะดูขั้นตอนยาวไปนิด แต่ลองทำดูก็ไม่ยากค่ะ 

08:42 | 0 comments | Read More